Monday, September 10, 2007

Dream



ตอนต้นเรื่อง เด็กน้อยกะลังเดินไปนอนที่เตียง

Monday, September 3, 2007

ฝันแล้วก็อยากจะฝันอีก

เรื่องการนอนหลับแล้วฝันไป ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าท่ามากกว่าเรื่องการเปิดกล่องของขวัญไม่รู้จบ เลยคิดว่าจะลองทำออกมาเป็นการฝันในความฝันซ้อนกันไปเรื่อยๆ แต่ก็กำลังลังเลว่า แล้วผู้ชมจะเข้าใจมั้ยว่ามันเป็นความฝันที่ซ้อนอยู่ในความฝันอีกที เลยลองคิดดูว่า ถ้ายิ่งซ้อนมากภาพจะยิ่งดูเหนือจริงมากขึ้นเรื่อยจะดีมั้ย และด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดเรื่องAfter Effect ก็คงค้องเครียดหล่ะคราวนี้

http://www.uploadtoday.com/download/?88bdcee73bedd41d8308d082577582e4

Tuesday, August 7, 2007

สรุปตามความเข้าใจอีกรอบ

*5 ต้องเป็นเหมือนประตูที่จะพาไปยัง 1 ได้ทุกครั้ง ต้องหาให้ได้ว่าจะเอาอะไรมาเป็นประตูนี้ดี

หลังจากได้รับการชี้แนะจากอาจารย์ทั้ง 2 ท่านแล้ว ก็ได้โครงสร้างขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างและเข้าใจมากยิ่งขึ้น และได้การบ้านชิ้นใหม่ให้มาขบต่อคือ ทำอย่างไรเพื่อจะคายเรื่องที่เราเคลือบเอาไว้ด้านนอก นั้นก็คือ นิทานไม่รู้จบ เราจะทำนิทานต่อไปหรือไม่ หรือ เราจะไปหาอย่างอื่นที่มีลักษณะเหมือนกับนิทานมาทำได้อีก

ทำไมนิทานจึงเอื้อกับการทำloop ?

-คิดว่า เพราะ นิทานมีจุดเริ่มเรื่องที่แน่นอน นั้นคือขึ้นว่ากาลครั้งหนึ่ง โดยจุดเริ่มนี้ เป็นจุดที่ทุกคนรู้เหมือนกันว่าเป็นตอนเริ่มของนิทานโดยทั่วๆไป 

แล้วจะหาอะไรมาแทนนิทานได้บ้าง ?

-ลองคิดถึง time based ที่มีการ link ไปยังเรื่องอื่นๆได้ โดยที่มีตัวกำหนดตายตัว อย่างเช่น การดูทีวีในเรื่อง ก็อาจจะเป็นตัว link ให้ไปสู่ sequence ต่อไปก็ได้ เป็นต้น

ฮึมๆๆๆ

Monday, August 6, 2007

ทดลอง1





ได้ทำการทดลองโดยการเน้นคำสำคัญ ที่ปกติจะใช้ในการช่วยเน้นคำที่มีความสำคัญ แต่ว่าจะเห็นว่าถ้าไม่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านเพียงแต่ที่เน้น จะได้ข้อความที่ผิดไปจากที่ต้องการสื่อสาร

นิทานไม่รู้จบ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า....

จากการที่เห็นลักษณะจากการวน จึงได้ทำการทดลองว่าเรา สามารถจะแทรกอะไรบางอย่างลงไป ในประโยคทั้งหมด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะไปเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืน กินข้าว พ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่ร้านแห่งหนึ่ง ในป่าใหญ่ มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าใหญ่ข้างมหา'ลัย มีบ้านหลังเล็ก มีพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ตกกลางคืนพ่อก็มักจะเล่านิทานหน้ากองไฟ นิทานเรื่องนั้นมีอยู่ว่า....

นิทานเรื่องนี้ link ไปสู่โครงสร้างของเต็ม เพราะว่าค้องเริ่มอ่านตั้งแต่ต้น เพราะว่าจะมีอะไรบางอย่างซ้อนอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของสิ่งแรกเสมอ

คิดไปเรื่อยๆ

เหมือนการขัดจังหว่ะ อย่างเช่น ถ้าเราดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่ แต่วาพอเรื่องดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง เกิดเหตุการณืที่มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องช่วงแรกที่เราจำไม่ได้แล้ว เราก็ต้องกรอกลับไปดูใหม่ ก็เหมือนกับ อาการอัลไซเมอร์ คือเมื่อพูดคุยกันไปซักพัก ผู้ป่วยจะเริ่มถามเรื่องเก่า ซึ่งเค้าจำไม่ได้แล้ว แทรกขึ้นมา ทำให้การสนทนาหยุดชะงัก แล้วพอผู้ป่วยได้คำตอบ ก็ต้องมานั่งคิดอีกว่า คุยกึงไหนกันแล้ว ถ้าเป็นหนัง ก็ต้องมานั่งกรอกลับมาที่เดิม แต่ก็เหมือนเป็นการเติมเต็มช่องว่างให้
นั่งคุณกะเพื่อนด้วยความเครียดอย่างสูงเกี่ยวกะวิชานี้ ร้องไห้ไปแล้วไม้รู้กี่รอบ
ก็ฮึดๆ เอาว่ะ! โดนดรอปก็โดนดรอป แต่ก็ขอสู้สุดไปก่อน
เฮ้อ~ขอให้ไม่เป็นการตัดสินใจที่ผิดด้วยเถอะ สาธุ

ทดลอง...ไปเรื่อย

"เพลิน เด็กสาวผมยาวสีดำสลวย ผู้มีนิสัยร่าเริง และมักมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ โบกมือทักทายกับเพื่อนสาวตัวน้อยที่ยืนคอยอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าบ้านอย่างร่าเริง แล้วเพลิน เด็กสาวผมยาวสีดำสลวย ผู้มีนิสัยร่าเริง และมักมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอก็รีบวิ่งลงบันไดมาด้วยความรวดเร็ว จนเสียงดังลั่นไปทั่วบ้าน

เรือนไทยริมน้ำหลังย่อม แต่นั้นกลับกลายเป็นเรื่องน่าเอ็ดดูของคุณยายที่นั่งห่อขนมอยู่ที่ชานบ้าน ถึงจะรีบอย่างไรเพลิน เด็กสาวผมยาวสีดำสลวย ผู้มีนิสัยร่าเริง และมักมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ ก็ไม่ลืมหันมากล่าวลาคุณยายก่อนที่จะวิ่งปรู้ดไปหาเพื่อนด้วยความตื่นเต้น เพลิน เป็นเด็กสาวผมยาวสีดำสลวย ผู้มีนิสัยร่าเริง และมักมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ ไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้มาเกือบปี หลังจากที่เพื่อนต้องย้ายตามคุณพ่อไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำเอาเพลิน เป็นเด็กสาวผมยาวสีดำสลวย ผู้มีนิสัยร่าเริง และมักมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ คิดถึงและมีเรื่องจะเล่ามากมาย จนแทบจะอดใจรอไว้ไม่ได้"

คิดเอาเอง

สูตรคูณก็เป็นโครงแบบนี้เหมือนกันนะ


เราเคยผ่านการทำเลขเร็วกันมาตอนเด็กๆ และจะเกลียดมากเมื่อโจทย์เป็นการคูณ เพราะว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถท่องสูตรคูณจากตรงกลางได้เลย เพราะเราโดนสอนให้ท่องตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างเช่น 9 x 8=? เราก็ต้องมาเริ่มคูณกันตั้งแต่ต้นแม่ 9 ก็คือ 9 x 1=9 ไปเรื่อยๆจน 9 x 8 = 72 กว่าจะเจอ เสียเวลา




ชั้นนี่แหละ~TeM-TeM**

ชั้นนี่แหละ~TeM-TeM**
私は テーム です。

It's Me!!!

Id:1470800234 Fine And Applied Art Bangkok University
Powered By Blogger
Why World Hot หยุด! ภาวะโลกร้อน